0 Comments

ดวงตา คือหน้าต่างของหัวใจ และยังเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เรามองเห็นโลกใบนี้ได้อย่างสวยงาม การดูแลรักษาสุขภาพตาจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม 

หลายคนอาจสงสัยว่า “ตรวจสุขภาพตา ต้องตรวจทุกๆ กี่เดือน?”  คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ 

  • อายุ: เด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ อัตราการเสื่อมของสายตาแตกต่างกัน  
  • โรคประจำตัว: ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพตาสูง 
  • กิจกรรมในชีวิตประจำวัน: การใช้สายตาหนัก เช่น ทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการตาแห้ง ปวดตา ตาพร่ามัว  

สำหรับผู้ที่มีสุขภาพดวงตาปกติ 

  • เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี: ควรตรวจสุขภาพตาทุกปี  
  • วัยรุ่น อายุ 10 – 19 ปี: ควรตรวจสุขภาพตาทุก 2 ปี
  • ผู้ใหญ่ อายุ 20 ปีขึ้นไป: ควรตรวจสุขภาพตาทุก 2 – 3 ปี
  • ผู้สูงอายุ อายุ 50 ปีขึ้นไป: ควรตรวจสุขภาพตาทุก 1 ปี 

กรณีที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพตา 

  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรตรวจสุขภาพตาทุก 6 – 12 เดือน  
  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ควรตรวจสุขภาพตาทุก 1 – 2 ปี 
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคต้อหิน ต้อกระจก ควรตรวจสุขภาพตาทุกปี 
  • ผู้ที่ใช้สายตาหนักเป็นประจำ ควรตรวจสุขภาพตาเป็นประจำตามคำแนะนำของจักษุแพทย์

ประโยชน์ของการตรวจสุขภาพตา 

  • ตรวจเช็กความผิดปกติของสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง  
  • ตรวจวินิจฉัยและป้องกันโรคตาต่าง ๆ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน โรคจอประสาทตาเสื่อม  
  • ตรวจวัดระดับน้ำตา ตรวจหาโรคตาแห้ง 
  • ตรวจหาความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา 

ข้อควรจำ:

  • ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  
  • แจ้งประวัติการรักษาโรคประจำตัวให้จักษุแพทย์ทราบ 
  • เตรียมตัวก่อนไปตรวจ เช่น งดใส่คอนแทคเลนส์ 

การดูแลสุขภาพตา นอกเหนือจากการตรวจสุขภาพตาประจำแล้ว  ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน  เช่น:

  • พักสายตาเป็นระยะ หากใช้สายตาจ้องหน้าจอนาน ๆ  
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า 
  • ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ 
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีวิตามินเอสูง  
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ 
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ 

การใส่ใจดูแลสุขภาพตา  จะช่วยให้เรามีสายตาที่สดใส มองเห็นโลกใบนี้ได้อย่างสวยงามไปนาน ๆ